น้องหนีไดโนเสาร์อีกรอบ Jurassic World : Camp Cretaceous ซีซั่น 2 โดย แอดมินเพจกะเทยนิวส์

ตั้งแต่เดือนมกราคมมา ทางแพลตฟอร์มออนไลน์นางก็ปล่อยคอนเทนต์มามากมาย และก็มักจะเป็นภาคต่อ ความต่อเนื่องใดใดนะเธอ เทยเองก็เพิ่งจะเขียนถึงการ์ตูนเด็กที่เป็นภาค Spin Off ไปหมาดๆ ว่าบาปว่าบุญ ภาคต่อของนางมาแล้วล่ะเธอจ๋า

ไปค่ะ เราไปวิ่งหนีไดโนเสาร์กันอีกสักรอบกับ Jurassic World : Camp Cretaceous Season 2

ย้อนความกันหน่อยนะคะกะเทย ว่า Jurassic World : Camp Creteceous เนี่ย เป็น Original Netflix Animation ซึ่งจุดอยู่ในหมวดซีรีส์การ์ตูนด้วยนะเออ เหมาะสำหรับผู้ชมอายุ 6 ปีขึ้นไป ดังนั้นเนื้อเรื่องนางก็จะมีความเด็ก ความผจญภัยแบบเด็กๆนั่นเองแหละ ซึ่งเนื้อเรื่องนั้น ก็จะเล่าคาบเกี่ยวไปกับเหตุการณ์ในภาพยนตร์เรื่อง Jurassic World ในเหตุการณ์ที่อินดอมินัสเรกซ์หลุดออกมา และทำให้สวนสนุก Jurassic World ต้องล่มสลายลงไป

เรื่องราวในซีซั่น 1 บอกเล่าเรื่องราวของเด็ก 6 คนที่ได้รับสิทธิพิเศษ มาเข้าค่ายไดโนเสาร์ กันที่สวนสนุก Jurassic World แต่หลังจากสวนสนุกระบบล่ม ก็ทำให้พวกเขาต้องเอาตัวรอดกันเองอยู่ที่สวนสนุกแห่งนี้ เพื่อที่จะไปขึ้นเรือช่วยชีวิตให้ทันให้ได้ แต่นั่นก็ไม่สำเร็จล่ะเธอ พวกเขาทั้ง 6 ติดอยู่ที่เกาะนี้ และกระจัดกระจายกันไป การเอาชีวิตรอดให้ได้ท่ามกลางสัตว์ดึกดำบรรพ์ จึงเป็นการผจญภัยครั้งใหม่ของพวกเขาเลยล่ะ

เปิดซีซั่น 2 มา เราก็จะได้พบเจอกับตัวละครหลักที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันดีจากซีซั่นแรก และก็จะพบว่าพวกเขาสนิทกันแล้ว และเริ่มที่จะเอาตัวรอดด้วยกันที่เกาะอิสลานูบลาแห่งนี้ ซึ่งพวกเขาก็ไม่แน่ใจด้วยว่า จะมีทีมช่วยเหลือ มาช่วยชีวิตพวกเขาเอาไว้ได้หรือเปล่า เด็กทั้ง 6 คนก็เลยต้องหาวิธี งัดสารพัดความรู้ความสามารถที่ตัวเองมี เอาออกมาช่วยเหลือกันเพื่อให้รอดไปได้ในแต่ละวันนั่นเองแหละ

ความน่าสนใจของภาคนี้ เหยี่ยวเทยคิดว่าความเป็นการ์ตูนเด็ก ก็ยังเป็นการ์ตูนเด็กอยู่เหมือนเดิมนะเธอ ก็จะมีความฟันฝ่าอุปสรรคอะไรใดใดไปได้ในแต่ละตอน แต่สิ่งหนึ่งที่แทรกมาเป็นข้อคิดที่สำคัญของเรื่อง ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องระบบธรรมชาติ การเข้าใจในสัตว์ป่า เพราะคราวนี้ สวนสนุก Jurassic World นางไม่มีรั้ว ไม่มีไฟ เหล่าไดโนเสาร์ต่างก็เดินเพ่นพ่านกันได้เอง โดยไม่มีสิ่งใดควบคุม เหล่าสัตว์ผู้ล่าก็ต้องหากินไป เหล่าสัตว์ที่เป็นเหยื่อก็ต้องเอาตัวรอดกันไป

ซึ่งหลักสำคัญคือการไม่แบ่งแยกว่าสัตว์ตัวไหนเป็นผู้ล่าที่ดุร้าย หรือสัตว์ตัวไหนเป็นสัตว์กินพืช เราเลยเข้าใกล้ได้ การ์ตูนของเด็กจึงให้ตัวละครที่มีความรู้ความเข้าใจในไดโนเสาร์ เห็นว่าสัตว์ผู้ล่า ก็มีความต้องการจะมีชีวิต ไม่ต่างอะไรจากสัตว์ตัวอื่นๆ เช่นเดียวกัน สัตว์กินพืช ก็มีมุมที่ดุร้ายได้เช่นกัน เมื่อเราหลงเข้าไปในถิ่นของมัน เพราะฉะนั้น เราจำเป็นจะต้องเคารพในความหลากหลายทางชีวภาพนั่นเอง

อีกหนึ่งเส้นเรื่องที่น่าสนใจในภาคนี้ คงเป็นเรื่องการที่มีตัวละครใหม่เข้ามา ซึ่งก็คือคู่รักนักล่าสัตว์แปลก ที่เข้ามาในเกาะเพื่อล่าไดโนเสาร์ไปเป็นที่ระลึก และเด็กๆจะต้องร่วมมือกันปกป้องสัตว์เหล่านี้เอาไว้ ซึ่งแม้ว่าสัตว์ตัวนั้น จะเป็นสัตว์ผู้ล่าที่ดุร้ายก็ตาม แต่พวกเขาก็มีสิทธิที่จะมีชีวิตอยู่ไม่ต่างจากสิ่งมีชีวิตอื่นๆนั่นล่ะ

แน่นอนว่า เนื้อเรื่อง ยังสนับสนุนความหลากหลายเช่นเดิม กับตัวละครที่มีทั้งผิวสี เอเชียน เด็กที่เป็นไอดอล นักกีฬา ซึ่งความหลากหลายนี้ สามารถพึ่งพากันได้ เพื่อเอาชีวิตรอด และไม่มีใครมีข้อดีหรือข้อเสียของกันและกันที่จะยอมรับกันไม่ได้ หรือไม่แต่ตัวละครเบน เด็กที่เจ้าสำอาง ที่ท้ายซีซั่นที่แล้ว เราก็เกือบจะเสียเขาไปแล้ว แต่ซีซั่นนี้ ก็จะเผยความลับให้เห็นว่า จากเด็กเจ้าสำอาง ที่เต็มไปด้วยความกลัวสารพัดอย่าง แต่เมื่อต้องเผชิญกับโลกแห่งความจริง หนูเบนจะสามารถเอาตัวรอดได้อย่างไรกัน

และเมื่อจับเคนจิ และหนูเบนมาจิ้นกันแล้วล่ะก็ แอร๊ยยยยยย

เป็นการสะท้อนให้เห็นเลยว่า แม้แต่ในการ์ตูนเด็ก ที่ควรจะเป็นอะไรที่เสพย์ง่าย ดูไร้สาระ มีไดโนเสาร์ที่ทำให้เด็กๆตื่นตา แต่ทางผู้สร้าง ก็สามารถสอดแทรกข้อคิด ที่เป็นประโยชน์ต่อเด็กๆที่ได้รับชม ให้ได้เติบโตมาเป็นเด็กที่ปราศจากอคติต่อชาติพันธุ์ ในระดับไดโนเสาร์ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว หรือต่อเพื่อนมนุษย์ที่มีความหลากหลายต่อเชื้อชาติที่แตกต่างกันไปอีก

ก็นี่ล่ะนะเธอจ๋า คอนเทนต์ที่ดีที่งามพระรามแปดพระรามเก้าอ่ะเนอะ

หารับชม Jurassic World : Camp Cretaceous ซีซั่น 2 กันได้บน Netflix นะคะ ดูได้กันทั้งครอบครัวสนุกสนานเว่อ